89
ไม่
แน่
นอนของชี
วิ
ต หรื
อเกี่
ยวกั
บคติ
สอนหญิ
ง ให้
รั
กนวลสงวนตั
ว และสอนให้
เด็
กประพฤติ
ตนให้
เหมาะสม ตั
้
งใจรํ
่
าเรี
ยนวิ
ชาความรู
้
ฯลฯ เช่
นเพลง พุ
ทธศาสน์
คู
่
ไทย รางวั
ลชี
วิ
ต กฎแห่
งกรรม
ครวญหา สอนรั
ก อุ
ดมเด็
กดี
ทํ
าดี
ได้
ดี
ทํ
าชั
่
วได้
ชั
่
ว ค่
านํ
้
านม ฯลฯ
2.
เพลงเทิ
ดพระเกี
ยรติ
พระมหากษั
ตริ
ย์
และพระราชวงศ์
วงดนตรี
กรมประชาสั
มพั
นธ์
หรื
อวงดนตรี
สุ
นทราภรณ์
แต่
งเพลงแนวนี
้
ไว้
หลายเพลง เช่
น ราชาเป็
น
สง่
าแห่
งแคว้
น ที
ฆายุ
โกโหตุ
อุ
บลรั
ตน์
ศรี
นภาฟ้
าไทย พระศรี
นคริ
นทรา ร่
มเกล้
า ฯลฯ ส่
วนผลงาน
จากวงดนตรี
หรื
อครู
เพลงคนอื่
นๆ เช่
นเพลง สดุ
ดี
มหาราชา ในปั
จจุ
บั
นมี
ครู
เพลงประพั
นธ์
ขึ
้
นมาใหม่
หลายเพลงอาทิ
เพลงเจ้
าฟ้
ามหาจั
กรี
พระแม่
ไทย สายธารนํ
้
าพระทั
ย หนึ
่
งในโลก ฯลฯ
3.
เพลงปลุ
กใจ
เพลงในแนวนี
้
เกิ
ดขึ
้
นหลั
งจากการเปลี่
ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เพลงที่
อาจนั
บได้
ว่
า
เป็
นเพลงปลุ
กใจ เพลงแรกคื
อ เพลงชาติ
ฉบั
บที่
พระเจนดุ
ริ
ยางค์
และขุ
นวิ
จิ
ตรมาตราเป็
นผู
้
แต่
ง ต่
อมา
ในช่
วงสงครามโลกครั
้
งที่
2 ระหว่
าง พ.ศ. 2482-2488 ประเทศไทยเกิ
ดกรณี
พิ
พาทอิ
นโดจี
น เรี
ยกร้
อง
ดิ
นแดนฝั
่
งซ้
ายและขวาของแม่
นํ
้
าโขงคื
นจากฝรั
่
งเศส จึ
งมี
การปลุ
กใจให้
คนไทยรั
กชาติ
มี
ความสามั
คคี
กั
น และปฎิ
บั
ติ
ตามนโยบายของรั
ฐบาล รวมทั
้
งการเชื่
อตาม ท่
านผู
้
นํ
า หรื
อจอมพล ป. พิ
บู
ลสงคราม
นายกรั
ฐมนตรี
ในขณะนั
้
น ให้
ประชาชนเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมการแต่
งกาย ความเป็
นอยู
่
เช่
น การสวม
หมวก การเลิ
กกิ
นหมากพลู
การปลู
กผั
กสวนครั
ว ฯลฯ ในช่
วงนี
้
มี
บทเพลงปลุ
กใจให้
คนไทยรั
กบ้
าน
เกิ
ดเมื
องนอน ร่
วมมื
อร่
วมใจให้
คนไทยรั
กบ้
านเกิ
ดเมื
องนอน ให้
สมานสามั
คคี
กั
น เช่
นเพลง รั
กชาติ
สุ
ด
แผ่
นดิ
น เราสู
้
รั
กกั
นไว้
เถิ
ด สยามานุ
สติ
เป็
นต้
น เพลงปลุ
กใจนี
้
มี
การเผยแพร่
ในรู
ปแบบของ
ภาพยนตร์
ประกอบเสี
ยง เช่
นเรื่
องเลื
อดทหารไทย เป็
นต้
น หรื
อเป็
นการแสดงละครประวั
ติ
ศาสตร์
ของ
หลวงวิ
จิ
ตรวาทการ เช่
นเรื่
อง เลื
อดสุ
พรรณ พระราชมนู
ศึ
กถลาง น่
านเจ้
า พระเจ้
ากรุ
งธน ฯลฯ ซึ
่
งมี
การ
แสดงตั
้
งแต่
พ.ศ 2477 เรื่
อยมา ในด้
านวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงซึ
่
งมี
กรมโฆษณาการเป็
นหลั
ก ได้
จั
ดตั
้
งวงดนตรี
กรมโฆษณาการที่
มี
ครู
เอื
้
อ สุ
นทรสนาน เป็
นหั
วหน้
าวง และนํ
าบทพระราชนิ
พนธ์
เรื่
องพระร่
วงใน
รั
ชกาลที่
6 มาใส่
ทํ
านองไว้
หลายเพลงเช่
น ไทยรวมกํ
าลั
ง ปลุ
กไทย ฯลฯ
ผู
้
แต่
งเพลงปลุ
กใจคนสํ
าคั
ญในยุ
คนี
้
ได้
แก่
ขุ
นวิ
จิ
ตรมาตรา หลวงวิ
จิ
ตรวาทการ ครู
นารถ ถาวร
บุ
ตร และเอื
้
อ สุ
นทรสนาน ต่
อมาเมื่
อเกิ
ดการกรณี
สงครามเกาหลี
และสงครามเวี
ยดนาม รวมทั
้
งการ
ต่
อสู
้
กั
บพรรคคอมมิ
วนิ
สต์
ในภาคใต้
และภาคอี
สาน ทํ
าให้
ตํ
ารวจทหารที่
เป็
นวี
รชนของชาติ
เสี
ยชี
วิ
ตไป
จํ
านวนมากรวมถึ
งเหตุ
การณ์
เมื่
อวั
นมหาวิ
ปโยควั
นที่
14 ตุ
ลาคม 2516 และ 6 ตุ
ลาคม 2519 จึ
งเกิ
ดเพลง
ปลุ
กใจเพื่
อสร้
างความรั
กชาติ
และปลอบขวั
ญให้
กํ
าลั
งใจแก่
เจ้
าหน้
าที่
ข้
าราชการ ตํ
ารวจ ทหาร ขึ
้
น