Page 43 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทที่
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดอ่
างทอง
ลั
กษณะทั
วไปของจั
งหวั
ดอ่
างทอง
๑. ประวั
ติ
ความเป็
นมา
อ่
างทองในอดี
ตนั
น นั
บว่
ามี
คนอาศั
ยอยู
มานานหลายร้
อยปี
เพราะท้
องที
ของอ่
างทอง
เป็
นที
ราบลุ
ม ลั
กษณะคล้
ายอ่
าง ไม่
มี
ภู
เขา ป ่
าไม้
และแร่
ธาตุ
มี
แม่
นํ
าไหลผ่
าน ๒ สาย คื
อ แม่
นํ
เจ้
าพระยาและแม่
นํ
าน้
อย ที
มาของชื
อเมื
อง “อ่
างทอง” นั
น สั
นนิ
ษฐานได้
เป็
น ๓ นั
ย คื
นั
ยแรกเชื
อว่
า คํ
าว่
า “อ่
างทอง” น่
าจะมาจากลั
กษณะทางกายภาพของพั
นที
นี
คื
อเป็
นที
ราบลุ
มเป็
นแอ่
งคล้
ายอ่
าง ซึ
งเต็
มไปด้
วยทุ
งนาที
ออกรวงเหลื
องอร่
ามเหมื
อนทอง จึ
งเป็
นที
มาของชื
จั
งหวั
ดอ่
างทอง และดวงตราของจั
งหวั
ด เป็
นรู
ปรวงข้
าวสี
ทองอยู
ในอ่
างนํ
า ซึ
งมี
ความหมายถึ
งความ
อุ
ดมสมบู
รณ์
ด้
วยพื
ชพั
นธุ
ธั
ญญาหารและเป็
นอู
ข้
าวอู
นํ
นั
ยที
สอง เชื
อว่
าอ่
างทอง น่
าจะมาจากชื
อของหมู
บ้
านเดิ
มที
เรี
ยกว่
า “บางคํ
าทอง” ตาม
คํ
าสั
นนิ
ษฐานของ พระยาโบราณราชธานิ
นทร์
(พร เดชะคุ
ปต์
) สมุ
หเทศาภิ
บาลมณฑลอยุ
ธยา เมื
คร ั
งที
กราบทู
ล พระบาทสมเด็
จพระมงกุ
ฎเกล้
าเจ้
าอยู
หั
ว ในคราวเสด็
จประพาสลํ
าแม่
นํ
าน้
อย และ
ลํ
าแม่
นํ
าใหญ่
ใน พ.ศ. ๒๔๕๙ ว่
า ชื
อของเมื
องอ่
างทองมาจากชื
อ บางคํ
าทอง ซึ
งแต่
งตั
งคร ั
งกรุ
งเก่
ว่
าด้
วยตามเสด็
จพระราชดํ
าเนิ
นเมื
องนครสวรรค์
ของสมเด็
จพระนารายณ์
มหาราชจากกรุ
งเก่
า “ลุ
ถึ
บางนํ
าชื
อ คํ
าทอง” แต่
บางกระแสว่
าเพี
ยนมาจาก ชื
อของลํ
าคลองในย่
านนั
น ที
เคยมี
ชื
อว่
า “ปากนํ
ประคํ
าทอง” ซึ
งเป็
นทางแยกแม่
นํ
าหลั
งศาลากลางจั
งหวั
นั
ยที
สาม เชื
อว่
าชื
ออ่
างทองน่
าจะมาจากชื
อ บ้
านอ่
างทอง ซึ
งสมเด็
จพระเจ้
าบรมวงศ์
เธอ
กรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ ทรงกล่
าวไว้
ในหนั
งสื
อ ชุ
มนุ
มพระนิ
พนธ์
เรื
องสร้
างเมื
องไว้
ตอนหนึ
งว่
“เมื
องอ่
างทอง ดู
เหมื
อนจะตั
งเมื
อคร ั
งสมเด็
จพระนเรศวร เดิ
มชื
อเมื
องว่
า วิ
เศษชั
ยชาญ ตั
งอยู
ริ
แม่
นํ
าน้
อย ที
ลงมาจากนครสวรรค์
อยู
มาแม่
นํ
าน้
อยตื
นเขิ
น ฤดู
แล้
งใช้
เรื
อไม่
สะดวก ย้
ายเมื
องออกมา
ตั
งริ
มแม่
นํ
าเจ้
าพระยาที
บ้
านอ่
างทอง จึ
งเปลี
ยนชื
อเป็
นเมื
องอ่
างทอง”
ชื
อจั
งหวั
ดอ่
างทอง จะได้
มาตามนั
ยใดก็
ตามชื
ออ่
างทองนี
ได้
ปรากฎในประวั
ติ
ศาสตร์
ไทย
มี
ความเจริ
ญรุ
งเรื
องมาแล้
ว หลายยุ
ค หลายสมั
ย ดั
งนี
พื
นที
ตั
งจั
งหวั
ดอ่
างทองในสมั
ยทวารวดี
ได้
มี
ผู
คนเข้
ามาตั
งถิ่
นฐานเป็
นเมื
องแล้
ว แต่
เป็
เมื
องเล็
ก ๆ หลั
กฐานที
ยั
งเหลื
ออยู
ในป ั
จจุ
บั
นคื
อ คู
เมื
อง ที
บ้
านคู
เมื
อง ตํ
าบลห้
วยไผ่
อํ
าเภอแสวงหา
สั
นนิ
ษฐานว่
า เป็
นเมื
องโบราณสมั
ยทวารวดี
สมั
ยสุ
โขทั
ยมี
ผู
เข้
ามาตั
งถิ่
นฐานอยู
อาศั
ยเช่
นกั
น และได้
ร ั
บอิ
ทธิ
พลจากสุ
โขทั
ยด้
วย สั
งเกต
ได้
จาก ลั
กษณะของพระพุ
ทธรู
ปสํ
าคั
ญในท้
องถิ่
นที
อ่
างทอง ที
มี
ลั
กษณะเป็
นแบบสุ
โขทั
ย เช่
พระพุ
ทธไสยาสน์
วั
ดขุ
นอิ
นทประมู
ล และพระพุ
ทธไสยาสน์
วั
ดป ่
าโมกวรวิ
หาร เป็
นต้